Oct 26, 2016

วุฒิภาวะทางอารมณ์




วุฒิภาวะทางอารมณ์ (Emotional Quotient : EQ) หรือ อีคิว อาจไม่ใช่เรื่องใหม่นักในปัจจุบัน แต่เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เหตุผลที่สําคัญอาจเป็นเพราะว่า ไอคิว (IQ) หรือระดับ สติปัญญาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบคําถามในเรื่องการ ทําให้บุคคลประสบความสําเร็จ หรือมีความสุขในชีวิตได้

วุฒิภาวะทางอารมณ์ คือ การมีความสมดุลระหว่างความรู้สึกของตัวตนของเรา กับ ความสามารถและความยินดีที่จะสัมพันธ์กับผู้อื่นอย่างซื่อตรง ให้ความร่วมมือและมีความหมาย คนที่มี วุฒิภาวะจะสามารถเผชิญหน้าและจัดการกับปัญหาต่างๆในชีวิตด้วยความรับผิดชอบ และสามารถรักษา ความเป็นตัวของตัวเองควบคู่ไปกับคํานึงถึงผู้อื่น และมีความมั่นใจในตนเอง มีจิตใจมั่นคงพอที่จะรับมือ กับความจริง และตอบสนองด้วยการกระทําอย่างสร้างสรรค์และเต็มความสามารถ คนที่มีวุฒิภาวะทาง อารมณ์ จะเป็นคนที่ทําประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้ส่วนคนที่ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์จะมีพฤติกรรมที่สร้าง ความเดือดร้อนทั้งต่อตนเองและผู้อื่นโดยทฤษฎี ความต้องการของมนุษย์ อาจจะพิจารณาแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

  1. ความต้องการพื้นฐาน (innate หรือ primary needs) เช่น อาหาร เครื่องนุ่งห่ม น้ำ การนอนหลับ พักผ่อน เป็นต้น ส่วนมากเป็นพื้นฐานความจำเป็นทางด้านสรีรวิทยาการตอบสนองความต้องการพื้นฐานเหล่านี้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดที่ทำให้มนุษย์ดำรงชีวิตอยู่ได้
  2. ความต้องการที่เกิดจากพัฒนาการและการเรียนรู้ (acquired หรือ secondary needs) ขึ้นอยู่กับประสบการณ์การเรียนรู้ของแต่ละคนและมีความแตกต่างกันออกไป เช่น เด็กที่ต้องการแต่งกายให้เรียบร้อย ก็เป็นเพราะเด็กต้องการให้ตนเป็นที่รักและยอมรับของพ่อแม่ แรงจูงใจในการต้องการให้คนอื่นรัก หรือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มนี้ ก็พบได้ในผู้ใหญ่เช่นกัน A.H. Maslow นักจิตวิทยา ได้เสนอทฤษฎีเรื่องแรงจูงใจของมนุษย์ และได้กำหนดความสำคัญของแรงจูงใจประเภทต่างๆไว้ตามลำดับขั้นตอน8 Maslow ได้แบ่งความต้องการนี้ออกเป็น 5 กลุ่ม เรียงตามลำดับก่อนหลังจากความต้องการพื้นฐานไปสู่ความต้องการอันสูงสุดของมนุษย์ดังนี้[1]
    • ความต้องการพื้นฐานทางสรีรวิทยา (Physiological needs)
    • ความต้องการความมั่นคงปลอดภัย(Security,Safety,Stability)
    • ความต้องการมีส่วนร่วมและความรัก (Belongingness and Love)
    • ความต้องการศักดิ์ศรี ความภาคภูมิใจในตนเอง และผู้อื่น ( self – esteem and the esteem of others)
    • ความต้องการที่จะได้ทำเต็มความสามารถและเป็นตัวของตัวเอง(Self-actualization, Self-realization)


เมื่อความต้องการในขั้นต้นได้รับการตอบสนองแล้ว มนุษย์ก็จะแสวงหา เพื่อตอบสนองความต้องการในขั้นต่อๆไป โดยมีความแตกต่างกันในรายละเอียดของแต่ละคนตามประสบการณ์ และแม้แต่ในคนคนเดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่างกันไปแล้วแต่กาลเวลาความรู้สึกพึงพอใจเต็มที่ของการได้รับ acquired needs นี้ อาจจะเกิดขึ้นน้อยหรือนานๆ จึงจะเกิดขึ้น ทำให้บางคนต้องมีพฤติกรรมเพื่อจะตอบสนองความต้องการประเภทนี้อยู่ตลอดเวลา จนทำให้ต้องเผชิญกับความกดดัน และเป็นเหตุให้จำเป็นต้องมีการปรับตัว (adjustment)ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่มีพัฒนาการของบุคลิกภาพเหมาะสม มีความเป็นผู้ใหญ่ บรรลุวุฒิภาวะทางอารมณ์ (emotionally mature) ก็จะสามารถปรับตัวได้ดี บุคคลเหล่านี้จะมีจุดมุ่งหมายในชีวิต มีความยืดหยุ่นและมีพฤติกรรมการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ถ้ามีอุปสรรคเกิดขึ้นก็อาจจะยอมให้มีการเปลี่ยนแปลงจุดมุ่งหมายได้บ้าง แต่คนที่มีปัญหาทางอารมณ์ หรือ มีการปรับตัวที่ไม่เหมาะสม ก็จะทำให้มีพฤติกรรมของความหงุดหงิด ความคับข้องใจ (frustration) ตามมา

เนื่องจากสังคม ณ ตอนนี้เน้น IQ อย่างเดียวไม่ได้แล้ว รู้อะไรหรือปล่าวว่า EQ มีความสำคัญมากๆในการดำรงณ์ชีวิตนะจ๊ะ!! (EQ) หรือ Emotional Quotient แปลแบบไทย เช่น ความฉลาดทางอารมณ์ เชาว์อารมณ์ หรือวุฒิภาวะทางอารมณ์ EQ ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เพิ่งได้รับความสนใจในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เหตุผลที่สำคัญอาจเป็นเพราะว่า ไอคิว (IQ) หรือระดับสติปัญญาเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถตอบคำถามในเรื่องการทำให้บุคคลประสบความสำเร็จ หรือมีความสุขในชีวิตได้ IQ สูงปรี๊ดดดด!!! จบจากมหาลัยฯอันดับต้นๆของโลกหรือประเทศ แต่ระดับ EQ ต่ำมาก เรียกว่าขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์นั้นเอง

Oct 21, 2016

Python กับการตัดคำภาษาไทย



ผมชอบใช้ pythai ซึ่งเป็นไลบรารีสำหรับใช้ตัดคำไทย โดยเรียกใช้ไลบรารี libthai เป็นไลบรารีที่อยู่ในระบบปฎิบัติการลินุกซ์เท่านั้นครับ รองรับแค่ Python 2 และใช้ License: GNU ก่อนอื่นต้องติดตั้ง libthai-dev ก่อน

sudo apt-get install libthai-devpip install pythai


>>> import pythai
>>> pythai.split(u"สำหรับใช้ตัดคำไทย")

[u'\u0e2a\u0e33\u0e2b\u0e23\u0e31\u0e1a', u'\u0e43\u0e0a\u0e49', u'\u0e15\u0e31\u0e14', u'\u0e04\u0e33', u'\u0e44\u0e17\u0e22']

มันคือ Unicode นะครับ

หรือจะใช้ libthai โดยตรงครับ 

libthail เป็นไลบรารีอีกอันที่นำความสามารถของไลบรารี libthai มาใช้ในการตัดคำไทย รองรับเฉพาะ Python 2 และเฉพาะในระบบปฏิบัติการลินุกซ์ครับ และเป็น GNU GPL v3

import libthai
print libthai.th_brk(u"สำหรับใช้ตัดคำไทย")

[u'\u0e2a\u0e33\u0e2b\u0e23\u0e31\u0e1a', u'\u0e43\u0e0a\u0e49', u'\u0e15\u0e31\u0e14', u'\u0e04\u0e33', u'\u0e44\u0e17\u0e22']

Oct 18, 2016

อสุรพิษ 4 หรือ อสรพิษ 4


พื้นฐานของจิต พระพุทธเจ้าทรงแบ่งไว้เป็น 4 จำพวก ซึ่งเป็นหนึ่งในศาสตร์อ่านบุคคลิกคน

ประเภทแรก พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบกับนิสัยของโค 4 ประเภทในพระไตรปิฎก เรียกว่า บุคคลเปรียบด้วยโคถึก 4 จำพวก คือ

1.บุคคลดุพวกของตนไม่ดุพวกอื่น คือคนที่ชอบเบียดเบียนบริวารของตน แต่ไม่เบียดเบียนบริวารของผู้อื่น

2.บุคคลดุพวกอื่นไม่ดุพวกของตน เปรียบด้วยโคถึกที่ดุพวกอื่น แต่ไม่ดุพวกตนเอง

3.บุคคลที่ดุทั้งพวกของตนและดุทั้งพวกอื่น คือคนที่เบียดเบียนทั้งบริวารของตนเอง และของผู้อื่น

4.บุคคลที่ไม่ดุทั้งพวกของตนและไม่ดุทั้งพวกอื่น คือคนที่ไม่เบียดเบียนทั้งบริวารของตนและของผู้อื่น

การเปรียบเทียบกับโคถึกดังกล่าว เห็นภาพชัดเจนมาก ว่าพฤฒิกรรมของคน หรือองค์กร จะเหมือนโคประเภทใด ก็ย่อมจะวิเคราะห์ได้ไม่ยาก และย่อมจะรู้ได้ว่าบริวารที่มีผู้นำแบบใดจะมีความสุขที่สุด และมีความทุกข์ที่สุด

นอกจากทรงเปรียบเทียบกับโคถึก 4 ประเภทแล้ว ยังเปรียบเทียบกับ อสรพิษ 4 ประเภท รือ

1.บุคคลมีพิษแล่นเร็วแต่ไม่ร้าย คือคนประเภทโกรธง่ายหายเร็ว โกรธแล้วก็แล้วกัน พิษไม่ตกค้าง อันตรายน้อย

2.บุคคลมีพิษร้ายแต่ไม่แล่นเร็ว คือคนที่ไม่โกรธเนืองๆ แต่ความโกรธนั้นย่อมนอนเนื่องอยู่ตลอดกาลยาวนาน

3.บุคคลมีพิษแล่นเร็วด้วย คือเป็นคนประเภทโกรธง่ายและโกรธนาน พิษเยอะและตกค้างมาก อันตรายเป็นที่สุด

4.บุคคลมีพิษไม่แล่นเร็วด้วยมีพิษไม่ร้ายด้วย คือคนที่ไม่โกรธเนืองๆ เป็นคนที่ไม่ค่อยโกรธเคืองใคร โกรธสักครั้งก็หายเร็ว อันตรายแทบไม่มี

ในประเภทอสรพิษนี้ ทรงเปรียบเทียบอารมณ์โกรธของคนกับอสรพิษดังที่เราๆ ท่านๆ ทราบกันดีแล้วว่า ความโกรธนั้น เป็นอารมณ์ที่ก่อให้เกิดความเสียหายได้ ตั้งแต่ขนาดเล็กน้อยไปจนใหญ่หลวง ดั่งที่ท่านอาจารย์พุทธทาส ย้ำไว้เสมอว่า "โกรธคือโง่ โมโหคือบ้า" ผู้ที่ไม่มีความโกรธ เช่นพระอรหันต์ ท่านใช้ความโกรธให้เป็นประโยชน์ได้ คืออาจแกล้งโกรธ เพื่อให้คนกลัว แล้วปฎิบัติตามคำสั่งสอนจนเกิดผลแก่ผู้ปฎิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการปฎิบัติทางโลกหรือทางธรรมก็ตาม

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนิสัยของคนสั่งการด้วยว่า คนๆ นั้นมีนิสัยอย่างไร เป็นโคถึกหรืออสรพิษประเภทใด แล้วมีบริวารเป็นโคถึกหรืออสรพิษประเภทใดบ้าง ก็นำหลักการที่พระพุทธเจ้าทรงให้ไว้ไปพิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์กันตามสะดวก

"เรียนธรรมในธุรกิจ" โดย อ.โกศล อนุสิม (เก็บตกมาจากอีเมล์อีกทีหนี่ง)

Oct 13, 2016






ยามนี้แสงดับแสง     ล้างลง
ยามนี้ใจดับคง         ยึดได้
ยามนี้ต้องขาดองค์  เคยรัก
ยามนี้สุริยงค์ให้       ขาดแล้ว ใจวาย



น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย


ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า นายสัมภาษณ์ กูลวิสุตป์จิต และครอบครัวกูลวิสุตป์จิต

Oct 3, 2016

อินเทอร์เน็ตกับการเคยมีตัวตน



อักษรหนึ่งอ้าง เรื่องราว
คนหนึ่งซึ่งเคยกล่าว เล่าเลียง
เรื่องลือหนึ่งพึ่งสาว สูใส่ นอกนา
ธรรมหนึ่งทำชื่อเสียง สืบไว้ คนคง


ตอนผมเริ่มทำ Blog ใหม่ ๆ ผมรู้สึกว่าการเขียน Blog คือการเล่าเรื่องของตัวเอง ว่าไปไหมมาทำอะไรมาบ้าง อวดรู้เรื่องนั่นนี่ ใส่ความคิดเห็นและประสบการณ์ที่มันไม่เคยรู้เลยว่า เรื่องทั้งหมดที่เรากำลังจดปลายนิ้วเล่าอยู่นั้น กำลังมีคนกำลังอ่านเรื่องของเราและติดตามตัวเรา เพราะเราคือ ธรรมดา แห่งโลก หรือ โลกธรรม 8 ซึ่งหมายถึง ธรรมดาของโลก เรื่องของโลก ธรรมชาติของโลกที่ครอบงำสัตว์โลกและสัตว์โลกต้องเป็นไปตามธรรมดานี้ 8 ประการอันประกอบด้วย (Wikipedia.org, 2016)

โลกธรรมฝ่ายอิฏฐารมณ์ คือ พอใจของมนุษย์ เป็นที่รักเป็นที่ปรารถนา
  • ลาภ หมายความว่า ได้ผลประโยชน์ ได้มาซึ่งทรัพย์ 
  • ยศ หมายความว่า ได้รับฐานันดรสูงขึ้น ได้อำนาจเป็นใหญ่เป็นโต 
  • สรรเสริญ คือ ได้ยิน ได้ฟัง คำสรรเสริญคำชมเชย คำยกยอ เป็นที่น่าพอใจ 
  • สุข คือ ได้ความสบายกาย สบายใจ ความเบิกบาน บันเทิงใจเริงใจ 

โลกธรรมฝ่ายอนิฏฐารมณ์ คือ ความไม่พอใจของมนุษย์ ไม่เป็นที่ปรารถนา
  • เสื่อมลาภ หมายความว่า เสียลาภไป ไม่อาจดำรงอยู่ได้ 
  • เสื่อมยศ หมายถึง ถูกลดอำนาจความเป็นใหญ่ 
  • นินทาว่าร้าย หมายถึง ถูกตำหนิติเตียนว่าไม่ดี ถูกติฉินนินทา หรือถูกกล่าวร้ายให้เสียหาย 
  • ทุกข์ คือ ได้รับความทุกขเวทนา ทรมานกาย ทรมานใจ
ในเมื่อโลกจริงเรามิอาจจะถ่ายทอดอารมณ์ ความนึกคิดอย่างที่เราเป็น อินเทอร์เน็ตจึงเป็นสถานที่ที่ใครจะแสดงตัวตนอย่างไรก็ได้ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ เป็นการสรรเสิญ และในช่วงขณะเดียวกันนั่นเอง คนที่เขาเข้ามาอ่านหรือชมเรื่องราวเหล่านั้นก็ทำให้เราถูกนินทาว่าร้ายไปพร้อม ๆ กัน

เมื่อคิดได้ผมก็ตัดสินใจได้ในทันใดที่จะเลิกเขียนและลบ Blog เรื่องไร้สาระ หรือมันอาจจะมีสาระอยู่บ้าง แต่ขอเขียน Blog ในรูปแบบที่ผมอยากจะให้มันเป็น Knowledge base จริง ๆ แม้ว่าวันหนึ่งเราอาจจะไม่ว่าอยู่อ่านมันก็ตาม ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ผมเคยเขียนไว้และเป็นว่าคงจะเป็นประโยชน์อยู่บ้างจะทยอยคัดมานำลงอีกที 

ขอบคุณอีกครั้งที่ยังเข้ามาอ่านนะครับ




เอกสารอ้างอิง
Wikipedia.org. (2016, October 3). โลกธรรม 8. Retrieved from https://th.wikipedia.org/wiki/โลกธรรม_8